มีหลายคนมากๆที่มาด้วยวีซ่าK1 แล้วต้องมาเจอกับเหตุกาณ์แบบนี้ และต้องมาเจอกับสถานการณ์ที่ค่อนข้างเคร่งเครียดและต้องรับมืออย่างระมัดระวังค่ะ
*** ตามกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (USCIS) ผู้ที่ถือวีซ่า K-1 จะมีข้อจำกัดร้ายแรง คือ คุณสามารถปรับสถานะ (กรีนการ์ด) ได้ผ่านการสปอนเซอร์ของสปอนเซอร์คนเดิมที่ยื่นวีซ่าให้คุณเท่านั้น ***
หากเขาปฏิเสธที่จะยื่นปรับสถานะให้ คุณจะไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้วีซ่าประเภทอื่น (เช่น วีซ่านักเรียน หรือวีซ่าทำงาน) หรือให้พลเมืองสหรัฐฯ คนใหม่มาสปอนเซอร์แทนในขณะที่ยังอยู่ในสหรัฐฯ ได้ค่ะ
แนวทางและทางเลือกในการปฏิบัติตนแบ่งออกตามสถานการณ์จริงได้ดังนี้ครับ
🚨 กรณีที่ 1: "ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส" และใกล้ครบหรือเกิน 90 วันแล้ว
- สถานะของคุณ: หากเกิน 90 วันแล้วคุณยังไม่ได้แต่งงาน คุณจะหมดสถานะทางกฎหมายทันที (Out of Status) และเริ่มสะสมวันโดดวีซ่า
- สิ่งที่ต้องทำ: หากความสัมพันธ์ยุติลงและไม่มีการแต่งงาน ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับประวัติวีซ่าของคุณในอนาคตคือ ต้องเดินทางกลับประเทศไทย ก่อนที่จะสะสมวันอยู่เกิน (Unlawful Presence) นานเกินไปค่ะ
- หมายเหตุ: หากคุณกลับไทยแล้วในอนาคตพบรักใหม่ คุณยังสามารถยื่นขอวีซ่าแต่งงาน (CR-1) เพื่อกลับมาอเมริกาได้ตามปกติ แต่หากเลือกโดดวีซ่าอยู่ที่นี่ต่อ จะส่งผลเสียร้ายแรงและอาจถูกแบนห้ามเข้าประเทศได้ค่ะ
💍 กรณีที่ 2: "จดทะเบียนสมรสแล้ว" แต่แฟนจงใจไม่ยอมยื่นกรีนการ์ดให้
หากคุณและแฟนแต่งงานกันแล้วภายใน 90 วันถูกต้องตามกฎหมาย แต่แฟนใช้เรื่องเอกสารกรีนการ์ดมาข่มขู่ ควบคุม กักขัง หรือทำร้ายร่างกาย/จิตใจ (รวมถึงการทารุณกรรมทางการเงินและอารมณ์) คุณมีทางออกทางกฎหมายดังนี้ค่ะ:
- ยื่นขอสัญชาติ/กรีนการ์ดด้วยตัวเองผ่านกฎหมาย VAWA
- กฎหมาย VAWA (Violence Against Women Act) เปิดโอกาสให้คู่สมรสชาวต่างชาติที่ถูกทำร้ายหรือทารุณกรรม สามารถยื่นคำร้องขอสิทธิพำนักและกรีนการ์ดได้ด้วยตัวเอง (Self-Petition) โดยยื่นแบบฟอร์ม I-360
- ข้อดี: แฟนของคุณจะไม่มีสิทธิ์รับรู้ และรัฐบาลจะปิดข้อมูลนี้เป็นความลับขั้นสูงสุดเพื่อความปลอดภัยของคุณ คุณไม่ต้องพึ่งพาพยานหลักฐานจากเขา และสามารถขอใบทำงานมาเลี้ยงชีพเองได้ในระหว่างกระบวนการ
- เงื่อนไข: คุณต้องพิสูจน์ได้ว่าการแต่งงานเกิดขึ้นโดยสุจริต (ไม่ได้แต่งงานเพื่อหวังใบเขียว) และคุณได้รับความทารุณกรรมรุนแรง (Extreme Cruelty) หรือถูกทำร้ายจริง ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย คำพูด หรือการกักขังหน่วงเหนี่ยว
ติดต่อองค์กรช่วยเหลือด้านกฎหมายฟรีหรือราคาถูก
- หากคุณไม่มีรายได้และไม่มีเงินจ้างทนายความ ห้ามยอมทนให้เขาข่มขู่ ให้ติดต่อองค์กรไม่แสวงหากำไรในสหรัฐฯ ที่ช่วยเหลือนักพิมพภพต่างแดนโดยเฉพาะ เช่น Legal Aid ในรัฐที่คุณอยู่ หรือองค์กรช่วยเหลือเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว เพื่อให้ทนายความอาสาช่วยทำเรื่อง VAWA ให้ฟรีได้ค่ะ
⚠️ คำแนะนำที่สำคัญที่สุดในตอนนี้:
- เก็บรวบรวมหลักฐาน: พยายามเซฟรูปภาพ ข้อความแชทที่เขาขู่เรื่องวีซ่า ประวัติการโทร หลักฐานการอยู่ร่วมบ้าน หรือเอกสารการแต่งงานเก็บไว้ในที่ปลอดภัย (เช่น บน Cloud หรืออีเมลที่คุณรู้รหัสคนเดียว)
- อย่าเพิ่งเซ็นเอกสารหย่า: หากเขาบังคับให้เซ็นใบหย่า หรือขู่จะแจ้ง ICE มาจับ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพียงคำขู่เพื่อควบคุมคุณ) ให้ตั้งสติและรีบปรึกษาทนายความฝั่งคุณก่อน หากมีการทำร้ายร่างกาย แนะนำให้แจ้งตำรวจ!