K-1 / K-2 Visa คืออะไร? เข้าใจง่ายในโพสต์เดียว
หลายคนเข้าใจว่า K-1 คือ "วีซ่าแต่งงาน" แต่จริง ๆ แล้ว K-1 คือวีซ่าคู่หมั้น สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้แต่งงาน และต้องการเดินทางเข้าไปแต่งงานในสหรัฐอเมริกา ส่วน K-2 เป็นวีซ่าที่ออกให้บุตรของผู้ถือ K-1 เดินทางเข้าไปพร้อมกันหรือภายหลังได้
💍 K-1 Visa คืออะไร
K-1 เป็นวีซ่าสำหรับ คู่หมั้นของพลเมืองสหรัฐฯ (U.S. Citizen)
เมื่อได้รับวีซ่าและเดินทางเข้าสหรัฐฯ แล้ว
ต้องจดทะเบียนสมรสกับผู้ที่ยื่นเรื่องให้ภายใน 90 วัน
หลังแต่งงานแล้ว จึงสามารถยื่นขอปรับสถานะเป็นผู้ถือกรีนการ์ดได้
K-1 ใช้ได้เฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้แต่งงานเท่านั้น
👧 K-2 Visa คืออะไร
K-2 คือวีซ่าสำหรับ
- บุตรที่ยังไม่แต่งงาน
- อายุต่ำกว่า 21 ปี
- ของผู้ถือ K-1
K-2 ไม่สามารถขอแยกเดี่ยวได้ แต่ต้องอาศัยสิทธิจากผู้ปกครองที่ได้รับ K-1 และต้องถูกระบุไว้ในคำร้องตั้งแต่แรก
ใครเหมาะกับ K-1 / K-2
✅ คู่รักที่ยังไม่ได้แต่งงาน
✅ ต้องการไปจัดงานแต่งในสหรัฐฯ
✅ ผู้ยื่นเป็น พลเมืองสหรัฐฯ เท่านั้น
❌ ผู้ถือกรีนการ์ด (Permanent Resident) ไม่สามารถยื่น K-1 ได้
*** หากเป็นผู้ถือกรีนการ์ด จะต้องแต่งงานก่อน แล้วจึงยื่นวีซ่าคู่สมรส เช่น F2A (หากมีสิทธิ) แทน
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้
📌 1. ต้องแต่งงานภายใน 90 วัน
หากไม่แต่งงานภายใน 90 วัน
K-1 จะหมดสิทธิ และไม่สามารถต่ออายุได้ ผู้ถือวีซ่าจะต้องออกจากสหรัฐฯ หรืออาจมีปัญหาด้านสถานะการเข้าเมืองได้
📌 2. K-1 ไม่ใช่กรีนการ์ด
หลายคนเข้าใจผิดว่า
เข้าอเมริกาด้วย K-1 แล้วได้กรีนการ์ดทันที
ความจริงคือยังไม่ได้
หลังแต่งงานแล้ว ยังต้องยื่นขอปรับสถานะ (Adjustment of Status) เพื่อขอเป็นผู้พำนักถาวรตามกฎหมาย
📌 3. ต้องเป็นความสัมพันธ์จริง
USCIS จะพิจารณาว่าเป็นความสัมพันธ์ที่แท้จริง ไม่ใช่การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ด้านการเข้าเมือง จึงควรมีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
📌 4. เคยพบกันจริง
โดยทั่วไป คู่หมั้นต้องเคยพบกันด้วยตนเอง 1 ครั้งภายใน 2 ปีก่อนยื่นคำร้อง (มีข้อยกเว้นบางกรณี)
สรุปสั้น ๆ
❤️ K1 = วีซ่าสำหรับคู่หมั้นของพลเมืองสหรัฐฯ
👧 K2 = วีซ่าสำหรับบุตรของผู้ถือ K-1
💍 ต้องแต่งงานภายใน 90 วัน หลังเข้าประเทศ
🟩 หลังแต่งงานแล้ว ต้องยื่นขอ กรีนการ์ด อีกครั้ง
🇺🇸 ผู้ยื่นต้องเป็น พลเมืองสหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้ถือกรีนการ์ด
แหล่งข้อมูล : https://www.uscis.gov/family/family-of-us-citizens/visas-for-fiancees-of-us-citizens
Disclaimer: เนื้อหานี้เป็นการเรียบเรียงข้อมูลจาก USCIS และแหล่งข้อมูลทางการของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย และไม่สามารถใช้แทนคำปรึกษาจากทนายความด้านคนเข้าเมืองหรือผู้แทนที่ได้รับการรับรองได้